Amulet Lives

 

   

ค้นหา
Amulet Lives เว็บบอร์ด ครูบาอาจารย์ วัดคงคาเลียบ ต.ท่าช้าง อ.บา ...
ดู: 4009|ตอบ: 2
go

วัดคงคาเลียบ ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9

Medal No.1 Medal No.2 Medal No.3 Medal No.4 Medal No.5 Medal No.6 Medal No.7 Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 24-12-2011 05:22 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย hs8sci เมื่อ 24-12-2011 05:54

วัดคงคาเลียบ ตั้งอยู่ที่บ้านโคกเมา เลขที่ 53 หมู่ 14 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกายมีเนื้อที่ตั้งวัด 12 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา
                  ทิศเหนือ ติดต่อกับถนนสาธารณะ
                  ทิศใต้ ติดต่อกับที่ดินนายน้อย บุญศักดิ์
                  ทิศตะวันออก ติดกับ ถนนสาธารณะ
                  ทิศตะวันตก ติดกับสายน้ำ
     พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบรุ่ม แวดล้อมด้วยหมู่บ้าน และสายน้ำ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี
อุโบสถ กว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.2519 วิหารจตุรมุขประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อเฟื่อง อินฺทสุวณฺโณ กุฏิสงฆ์ 6 หลัง
      ปูชนียวัตถุมี มณฑปพ่อท่าน คล้าย วาจาสิทธิ์ หลวงพ่อปัญญา ญานวโร หลวงพ่อไข่ ธนุติโก เจดีย์บรรจุอัฐิ หลวงพ่อเฟื่อง ฯลฯ
     วัดคงคาเลียบ เริ่มสร้างวัด นายไข่ แก้วงาม ได้บริจาคที่ดินถวาย หลวงพ่อเฟื่อง เมื่อ พ.ศ. 2487 ต่อมากำนันเรียง ทิพย์มณี ขออนุญาตสร้างวัดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2512 กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดที่ 22 ตุลาคม 2516 ต่อมานายไข่ เจ้าของที่ดินได้อุปสมบทและได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเป็น พระอธิการไข่ ขนฺติโก เนื่องจาก หลวงพ่อเฟื่อง ได้มรณภาพก่อนหน้านี้แล้ว
     วัดคงคาเลียบได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2519 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร. ยาว 80 เมตร. พระอธิกานไข่ ขนฺติโก ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.2518-2543
     พระมหาวินูญ ฐิตธมฺโม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ตั้งแต่วันที่ 16 กันยาน 2543 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระครูสถิตสตพจน์

หลวงปู่เฟื่อง อินทสุวณโณ

หลวงปู่เฟื่อง อินทสุวณโณ

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์

หลวงพ่อปัญญา ญานวโร

หลวงพ่อปัญญา ญานวโร

พระครูสถิตสตพจน์

พระครูสถิตสตพจน์

Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9Rank: 9

Medal No.1 Medal No.2 Medal No.3 Medal No.4 Medal No.5 Medal No.6 Medal No.7 Medal No.8 Medal No.9 Medal No.10

โพสต์เมื่อ 24-12-2011 07:16 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ตัวอย่างเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์และวัตรปฏิบัติที่แปลก ๆ ของท่าน ดังนี้

   
   ๑. บี้มด
   .........ครั้งหนึ่งมีคนเห็นหลวงปู่เฟื่องกำลังนั่งอยู่ เห็นท่านกำลังเอามือบี้บางสิ่งบางอย่าง พอดูดี ๆ ก็เห็นว่าท่านกำลังบี้มดอยู่ คน ๆ นั้นจึง

ถามออกไปว่า “พระบี้มดไม่เป็นบาปใหญ่หรือ” ท่านตอบว่า “ก็มดนี้เราเสกมันขึ้นมาเองนี่”

   
   ๒. เป็นเณร
   .........การปฏิบัติตนบางอย่างพระไม่สามารถทำได้  เมื่อมีคนเห็นหลวงพ่อเฟื่องปฏิบัติกิจวัตรแปลก ๆ ก็มีคนตำหนิถามท่าน ท่านก็ตอบว่า

“ก็เราเป็นเณร”

   
   ๓. เป็นพระเถื่อน
   .........มีเรื่องเล่าว่ามีผู้นิมนต์ท่านไปเทศนาธรรมที่วัดสุวรรณคีรี ท่านก็ไป ความเรื่องนี้ทราบไปถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัด พอทราบ

แล้วก็ถึงกับรีบเดินทางมาระงับการเทศน์  ขณะที่หลวงพ่อเฟื่องกำลังนั่งอยู่บนธรรมาสน์นั้น  พระเถระองค์นั้นก็ตรงรี่เข้ามาหาท่าน หมายจะกระชากลงจาก

ธรรมาสน์ บ้างว่าจะกระชากสังฆาฏิของท่านออกเพราะกล่าวหาว่าท่านเป็นพระเถื่อน  พอเข้ามาจวนตัวหลวงพ่อเฟื่องก็ตวาดว่า “โบสถ์มรึงน่ะ ไม่เสร็จ

หรอก”  ประกฎว่าพระผู้นั้นถึงกับนะจังงัง ไม่สามารถเข้ามาทำอะไรท่านได้ (และเรื่องนี้มีผู้กล่าวว่า โบสถ์หลังนั้นก็ไม่เสร็จในช่วงชีวิตของพระรูปนั้นจริง

ๆ คือมรณภาพไปก่อนโบสถ์จะเสร็จ คล้องกับคำที่หลวงพ่อเฟื่องท่านได้พูดเอาไว้)
   

   ๔. สงครามโลกครั้งที่ ๒
   .........บรรดาทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่จังหวัดสงขลา จากนั้นได้เคลื่อนพลเข้ายึดเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ

เพราะต้องยึดเอาทั้งโรงไฟฟ้า และสถานีรถไฟ รวมทั้งอื่น ๆ ด้วย
   .........ครั้นทหารญี่ปุ่นทำการยึดจุดยุทธศาสตร์ของเมืองหาดใหญ่ไว้ทั้งหมดแล้ว ทหารฝ่ายพันธมิตรจึงต้องใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดเพื่อทำลาย

จุดยุทธศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นยึดเอาไว้  ซึ่งการทำเช่นนั้นย่อมทำให้ทรัพย์สินและประชาชนคนไทยในเมืองหาดใหญ่เสียหายและล้มตายไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยง

ไม่ได้
   .........นายบัน ศรีประสบ ซึ่งเป็นศิษย์ผู้หนึ่งของหลวงปู่เฟื่อง จึงรีบรุดจากเมืองหาดใหญ่บุกเข้าไปยังป่าลึกทางควนลัง-ท่าช้าง เพื่อแจ้งข่าว

ให้หลวงปู่เฟื่องทราบ พร้อมขอให้หลวงปู่หาหนทางแก้ไขสถานการณ์ด้วย มิเช่นนั้นชาวหาดใหญ่ต้องล้มตายกันมาก  แต่พอไปถึง หลวงปู่เฟื่องกลับบอกว่า

ท่านทราบเรื่องหมดแล้ว และบอกว่าตอนนี้มันไม่ทิ้งระเบิดในเมืองแล้ว เพราะหลวงปู่ให้มันเอาไปทิ้งในทะเลโน่น.....  จริงดังคำพูดของหลวงปู่ที่

เสมือนหนึ่งเป็นคำประกาศิต เพราะในเวลาต่อมาเมื่อปรากฏเครื่องบินมาทิ้งระเบิด แต่ก็กลับไม่ได้ทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์ที่อยู่ในเมืองหาดใหญ่ เพราะ

ระเบิดที่ฝ่ายทหารพันธมิตรทิ้งลงมาจากเครื่องบินต่างไปลงทะเลที่สงขลากันหมด มีบางลูกที่ลงยังชายหาดทะเลสงขลารวมทั้งแถบแหลมสนก็มีไม่น้อย
   .........หลังจากสงครามสงบแล้ว หน่วยงานราชการได้พบลูกระเบิดที่ด้านจำนวนมาก ต้องทำการกู้เป็นการใหญ่หลายสิบลูกเลยทีเดียว  ซึ่ง

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ชาวเมืองหาดใหญ่ต่างเชื่อกันว่าวาจาของหลวงปู่เฟื่องนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะสมาธิจิตของท่านแรงกล้าจึงสามารถใช้กระแสจิตสะกด

บังคับไม่ให้เครื่องบินของฝ่ายพันธมิตรบินล่วงล้ำมาในเขตที่อยู่ของชาวบ้านได้

   
   ๕. อิฐเสก
   .........ในสมัยก่อนชาวบ้านแถบท่าช้าง-ควนลัง ประสบปัญหาเรืองหนูนาลงกินข้าว สร้างความเสียหายให้กับชาวบ้านมากจึงไปปรึกษา

หารือกับหลวงปู่เฟื่อง พร้อมถามท่านว่าพอจะมีหนทางใดช่วยได้บ้าง หลวงปู่เฟื่องจึงบอกชาวบ้านให้เอาอิฐมาให้จำนวนหนึ่ง แล้วทำการบริกรรมคาถาลงใน

ก้อนอิฐเหล่านั้นอยู่ครู่ใหญ่จึงหันมาบอกชาวบ้านให้เอาก้อนอิฐนั้นไปวางไว้ตามทิศต่าง ๆ ของที่นา โดยวางอิฐทิศละหนึ่งก้อน ปรากฎว่าได้ผลชงัดนักเพราะ

หลังจากวางก้อนอิฐตามทิศทางต่าง ๆ แล้ว ไม่มีหนูมารบกวนต้นข้าวของชาวบ้านอีกเลย จึงเป็นที่โจษขานกันมาถึงปัจจุบัน
   

   ๖. ญาณหยั่งรู้
   .........เมื่อครั้งที่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ได้ส่งตัวแทนเพื่อไปทำการเผยแผ่วิชาธรรมกาย ณ ที่ต่าง ๆ   ขณะนั้น หลวงพ่อแอบ

วรธัมโม เป็นผู้หนึ่ง ขณะที่หลวงพ่อแอบเดินทางมาถึง อ.หาดใหญ่ ได้มีผู้มีความศรัทธาบริจาคเงินซื้อที่ดินและก่อสร้างวัดปากน้ำ  หลวงพ่อแอบคิดว่าจะ

ตอบแทนชาวบ้านอย่างไรดี จึงปรึกษาหลวงพ่อสดและปรารภกับท่านว่าจะขอพระของขวัญของหลวงพ่อเพื่อสมนาคุณให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาสร้างวัด  แต่หลวง

พ่อสดกลับตอบว่าที่นั่นมีคนดีอยู่แล้วอย่าเอาพระของท่านเลย ให้ไปขอพระจากคนดีที่นั่นเถิด แล้วท่านก็แนะนำว่าท่านผู้นั้นคือใคร อยู่ที่ไหน
   ........จากนั้นหลวงพ่อแอบจึงเดินทางไปพบกับคนดีผู้นั้นตามคำแนะนำของหลวงพ่อสด เมื่อไปถึง ก็พบกับหลวงตาชรารูปหนึ่ง ท่านกลับ

ทักทายก่อนว่า "อาจารย์ให้มาเอาของใช่ไหม" และยังกล่าวถึงผู้ที่เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อแอบว่าเป็นคนที่รูปร่างหน้าตาอย่างนั้น ๆ มีไฝที่คางอย่างนั้น ๆ

ซึ่งจริง ๆ แล้วหลวงตาผู้นั้นอาศัยอยู่ไกลในป่าจังหวัดสงขลา แต่หลวงพ่อสดอยู่ถึงที่เมืองหลวงกรุงเทพมหานคร แต่ท่านสามารถหยั่งรู้ถึงจุดมุ่งหมายที่หลวง

พ่อสดมอบภาระให้หลวงพ่อแอบมาพบท่าน และยังสามารถบอกรูปร่างลักษณะของหลวงพ่อสดได้ถูกต้องดังตาเห็นอีกด้วย  หลวงตาชราผู้นั้นก็คือหลวงปู่

เฟื่องนั่นเอง  และจากเหตุนั้นสืบมา จึงเกิดพระเครื่องที่ระบือลือลั่นของจังหวัดสงขลา นั่นก็คือพระพุทธชินราชเนื้อดิน ซึ่งจุดประสงค์การสร้างในครั้งนั้นก็

เพื่อมอบให้กับคนผู้มีจิตศรัทธาในการสละทุนทรัพย์สร้างวัดปากน้ำหาดใหญ่ นั่นเอง
   
   ๗. กฏแห่งกรรม
   ..........มีเรื่องเล่าว่า คืนหนึ่งมีกลุ่มชาวบ้านได้เข้ามาสนทนาคุยกับหลวงปู่เฟื่อง เมื่อคุยจบ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ปรากฏว่ามีอยู่คนหนึ่ง

ถูกซุ่มยิงเสียชีวิตในระหว่างทาง  ต่อมากลุ่มผู้ที่สนทนากันคืนนั้นได้มาถามหลวงปู่เฟื่องว่า ทำไมหลวงปู่ไม่ช่วย หรือไม่เตือนคน ๆ นั้นล่ะ หลวงปู่ตอบว่า “

เราจะห้ามกรรมได้อย่างไร”


Rank: 7Rank: 7Rank: 7Rank: 7Rank: 7Rank: 7Rank: 7

โพสต์เมื่อ 2-4-2012 08:58 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
ได้ความรู้อีกแล้วครับ

สมาชิกที่เพิ่งอ่านหัวข้อนี้

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน
คำตอบ เปลี่ยน

รูปแบบข้อความล้วน|amuletlives.com

GMT+7, 19-11-2017 22:41 , Processed in 0.108216 second(s), 14 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.